7.12.52

Download ข้อมูลต่างๆของโรงเรียน

1.ผ้าป่า 2552

2.ข้อมูลนักเรียน 2552

3.ความจำเป็นเร่งด่วน 2552

4.งบประมาณประจำปีการศึกษา 2552

5.รูปสภาพทั่วไป

6.แบบสำรวจการดำเนินงานแผนยุทธศาสตร์การศึกษา

7.แผนที่แสดงแนวเขตโรงเรียน

8.ภาพบ้านเด็กนักเรียน

โครงการกองทุนครูอาสาสานฝันปันรัก

หลักการและเหตุผล
สืบเนื่องจากโรงเรียนบ้านภูงามโนนสะอาด เปิดทำการสอนในระดับชั้น อนุบาล – ประถมศึกษาปีที่ 6 โดยความต้องการของชุมชน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2549 ซึ่งในขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการจัดทำตราสารเพื่อจัดตั้งโรงเรียน จึงยังขาดหน่วยงานต้นสังกัดที่ชัดเจน รวมถึงไม่มีงบประมาณสำหรับครูผู้สอน
กองทุนครูอาสาสานฝันปันรัก จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือคณะครูอาสาในเรื่องของค่าครองชีพ และการศึกษาต่อ เพราะคณะครูอาสาเป็นกำลังสำคัญทั้งในปัจจุบัน และอนาคตโรงเรียน ที่มักจะถูกมองข้าม กลุ่มบุคคลต่างๆ มักจะช่วยสร้างอาคาร และบริจาคสิ่งของ แต่มีน้อยคนมากที่จะคิดถึงครูอาสา ทั้งๆที่โรงเรียนนี้อยู่ภายใต้กฏเกณฑ์ที่เรียบง่ายว่า “มีครูอาสาโรงเรียนก็ยังอยู่ วันใดขาดครูโรงเรียนก็ร้าง”
วัตถุประสงค์
1. เพื่อสนับสนุนค่าครองชีพครูอาสา
2. เพื่อส่งเสริมให้ครูอาสาศึกษาต่อจนได้ใบประกอบวิชาชีพครู
3. เพื่อเป็นงบประมาณสนับสนุนโครงการต่างๆของโรงเรียน ได้แก่ โครงการอาหารกลางวัน, จักรยานยืมเรียน, เกษตรกรรมเพื่อกาพึ่งพาตนเอง, หนังสือ, อุปกรณ์การเรียน, สื่อการสอน ฯลฯ
กลุ่มเป้าหมาย
กลุ่มเป้าหมายผู้รับผลประโยชน์จากกองทุน
1. ครูอาสา จำนวน 16 คน
2. นักรียนโรงเรียนบ้านภูงามโนนสะอาด จำนวนประมาณ 150 คน / ปีการศึกษา
กลุ่มเป้าหมายที่ขอรับบริจาค ได้แก่
1. บริษัทเอกชน ห้างร้านต่างๆ
2. หน่วยงาน / มูลนิธิ
3. สมาชิกเครือคาทอลิก
4. สมาชิกกลุ่มคริสตจักร
5. กลุ่มเครือข่ายพันธมิตรของโรงเรียน
6. บุคคลทั่วไป



ขั้นตอนการดำเนินงาน
1. กำหนดหลักการ นโยบาย ตลอดจนขอบข่ายของกองทุน
2. จัดทำข้อมูลต่างๆเพื่อนำเสนอแก่กลุ่มเป้าหมายที่ขอรับบริจาค
3. ประชาสัมพันธ์กองทุน โดยผ่านสื่อต่างๆ ดังนี้
สื่อวิทยุ
ทำหนังสือของความอนุเคราะห์ประชาสัมพันธ์ทางสถานีวิทยุดังนี้
1. สื่อวิทยุชุมชน คลื่น 97.75 MHz. ( สปอตวิทยุ , สัมภาษณ์ , ผู้ดำเนินรายการประชาสัมพันธ์ )
2. สื่อวิทยุชุมชน City Radio 107.75 MHz. ( สปอตวิทยุ , สัมภาษณ์ , ผู้ดำเนินรายการประชาสัมพันธ์ )
3. สื่อวิทยุของกรมประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว , ฉะเชิงเทรา (ข่าวฝากประชาสัมพันธ์, สัมภาษณ์ )
4. สื่อวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน (สัมภาษณ์)
5. สื่อวิทยุ สวพ.91 (สัมภาษณ์)
สื่อโทรทัศน์
ทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ช่วยประชาสัมพันธ์ทางรายการต่อไปนี้
1. รายการสถานีประชาชน NBT
2. รายการร่วมมือร่วมใจ NBT
3. รายการเจาะใจ ช่อง 5
4. รายการที่นี่หมอชิต ช่อง 7
5. รายการตีสิบ ช่อง3
6. รายการคนค้นคน ช่อง NBT
สื่อสิ่งพิมพ์
จัดทำแผ่นพับเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการเพื่อส่งให้แก่กลุ่มเป้าหมายโดยประมาณการจำนวนแผ่นพับที่จัดพิมพ์ภายใน 1 ปี ทั้งสิ้น 5,000 แผ่น โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. บริษัทเอกชน / ห้างร้านต่างๆ จำนวน 1,000 แผ่น
2. หน่วยงาน / มูลนิธิ จำนวน 500 แผ่น
3. สมชิกเครือคาทอลิก จำนวน 1,000 แผ่น
4. สมาชิกกลุ่มคริสตจักร จำนวน 1,000 แผ่น
5. กลุ่มเครือข่ายพันธมิตรของโรงเรียน 500 แผ่น
6. บุคคลทั่วไป จำนวน 1,000 แผ่น


สื่อวีดิทัศน์
จัดทำสื่อวีดิทัศน์เพื่อประชาสัมพันธ์โรงเรียนและโครงการ ครูอาสาสานฝันปันรัก จำนวน 500 แผ่น เพื่อเผยแพร่ยังกลุ่มเป้าหมาย ดังนี้
1. บริษัทเอกชน / ห้างร้านต่างๆ จำนวน 100 แผ่น
2. หน่วยงาน / มูลนิธิ จำนวน 50 แผ่น
3. สมาชิกเครือคาทอลิก จำนวน 100 แผ่น
4. สมาชิกกลุ่มคริสตจักร จำนวน 100 แผ่น
5. กลุ่มเครือข่ายพันธมิตรของโรงเรียน 30 แผ่น
6. บุคคลทั่วไป จำนวน 120 แผ่น
4. จัดส่งจดหมายขอความอนุเคราะห์ร่วมบริจาคเงินสมทบกองทุน ไปยังกลุ่มเป้าหมายตามที่ได้กำหนดไว้
5. จัดทำหนังสือขอบคุณ , อนุโมทนาบัตร แก่ผู้ให้ความอนุเคราะห์
6. บริหารจัดการกองทุนตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้
7. ประชุมติดตามผลทุก 1 เดือน
ระยะเวลาดำเนินงาน
1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป
สถานที่
โรงเรียนบ้านภูงามโนนสะอาด หมู่ 18 ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา
งบประมาณ
ประมาณการค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาโครงการ 1 ปี เป็นเงิน 32,500 บาท โดยแบ่งเป็น
1. แผ่นพับ จำนวน 5,000 แผ่น เป็นเงิน 10,000 บาท
2. แผ่นซีดีประชาสัมพันธ์โครงการ จำนวน 500 แผ่น เป็นเงิน 2,500 บาท
3. ค่าจัดส่งเอกสาร เป็นเงิน 10,000 บาท
4. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เป็นเงิน 10,000 บาท
ผู้รับผิดชอบโครงการ
1. บาทหลวงประสิทธิ์ ตันเจริญ ประธานโครงการ
2. นายพันธยุทธ ผิวแก้ว รองประธานโครงการและประสานงาน
3. นายประชา คำพรม ฝ่ายศิลป์
4. นางสาววิชาดา สาหนองหม้อ เหรัญญิก / บัญชี
5. นางสาวยุวดี ปั้นทอง ผู้ช่วยประสานงาน
6. นางสาวหยาดพิรุณ ยอดเพชร ผู้ช่วยเหรัญญิก

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. ครูอาสาได้รับค่าครองชีพที่เหมาะสม
2. ครูอาสามีโอกาสศึกษาต่อจนได้ใบประกอบวิชาชีพครู
3. มีงบประมาณเพียงพอเพื่อสนับสนุนโครงการต่างๆของโรงเรียน ได้แก่ โครงการอาหารกลางวัน, จักรยานยืมเรียน, เกษตรกรรมเพื่อกาพึ่งพาตนเอง, หนังสือ, อุปกรณ์การเรียน, สื่อการสอน ฯลฯ

การติดตามและประเมินผล
การประเมินผลระยะสั้น
ประชุมเพื่อติดตามผลการดำเนินงานระยะสั้น ทุกๆ 1 เดือน โดยจะสรุปความคืบหน้าของการส่งจดหมายเพื่อขอความอนุเคราะห์ , การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ตลอดจนยอดเงินที่รับบริจาคเข้ากองทุน

การประเมินผลระยะยาว
ประชุมประเมินผลทุกๆ 1 ปี เพื่อทบทวนทิศทางและผลการดำเนินงานของกองทุน ตลอด 1 ปี เพื่อจัดทำเป็นโครงการต่อเนื่องพร้อมทั้งขยายผลสู่การจัดตั้งเป็นมูลนิธิครูอาสาสานฝันปันรักในอนาคต

ข้อมูลนักเรียน

สรุปข้อมูลจำนวนนักเรียนโรงเรียนภูงามโนนสะอาด

อนุบาล 1 ชาย 3 หญิง 5 รวม 8 คน
อนุบาล 2 ชาย 5 หญิง 5 รวม 10 คน
อนุบาล 3 ชาย 9 หญิง 4 รวม 13 คน
ป. 1 ชาย 6 หญิง 9 รวม 15 คน
ป. 2 ชาย 7 หญิง 13 รวม 20 คน
ป. 3 ชาย 15 หญิง 10 รวม 25 คน
ป. 4 ชาย 6 หญิง 10 รวม 16 คน
ป. 5 ชาย 10 หญิง 7 รวม 17 คน
ป. 6 ชาย 12 หญิง 6 รวม 18 คน

รวม ชาย 73 หญิง 69 รวม 142 คน

สำรวจ ณ วันที่ 9 กรกฎาคม 2552

บุคลากรในโรงเรียน

ข้อมูลครู โรงเรียนภูงามโนนสะอาด
1.บาทหลวงประสิทธิ์ ตันเจริญ
- รักษาการผู้บริหารสถานศึกษา

ปริญญาตรี - วิทยาลัยแสงธรรม
- คณะมนุษยศาสตร์ สาขา ปรัชญา

ปริญญาโท (กำลังศึกษา)
- มหาวิทยาลัยปทุมธานี - บริหารการศึกษา

2. นายพันธยุทธ ผิวแก้ว
- รักษาการครูใหญ่
- ครูประจำชั้น ป.1
- สอนภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ศิลปะ
(ชั้น ป.1)
- กิจกรรมชุมนุมขับร้อง

ปริญญาตรี - ม.สุโขทัยธรรมธิราช (คณะนิติศาสตร์)
ปริญญาตรี - สถาบันกรุงเทพคริสตศาสนศาสตร์
(ศาสนศาสตร์)
ปริญญาตรี (กำลังศึกษา)
- ม.รามคำแหง (คณะศึกษาศาสตร์ เอกการประถมศึกษา)
ปริญญาโท (กำลังศึกษา)
- มหาวิทยาลัยปทุมธานี
(คณะศึกษาศาสตร์ เอกบริหารการศึกษา)

3. นายอุเทน เจียงพุดซา
- ฝ่ายปกครอง
- ครูประจำชั้น ป. 6
- กิจกรรมลูกเสือ/เนตรนารี ป. 1 - 6
- กิจกรรมชุมนุมดนตรีไทย
- สอน คณิตศาสตร์ , ศิลปะ ป. 4 , 5 , 6

ปวช. - ศูนย์ กศน. ฉะเชิงเทรา
(สาขาเกษตรศาสตร์ (เอกการประมง))

ปริญญาตรี (กำลังศึกษา)
- มหาวิทยาลัยรามคำแหง
(คณะศึกษาศาสตร์ เอกคณิตศาสตร์)

4. นายประชา คำพรม
- ฝ่ายเทคโนโลยีและสารสนเทศ
(พฤษภาคม - ตุลาคม 2552 เรียนภาษาอังกฤษที่ออสเตรเลีย)

ปริญญาตรี ม.ราชภัฎราชนครินทร์
ครุศาสตร์ เอกประถมศึกษา

5. นางสาวหยาดพิรุณ ยอดเพชร
- หัวหน้าฝ่ายกิจกรรม
- ครูประจำชั้น ป.2
- สอน ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์

ปวส. - วิทยาลัยสารพัดช่าง ฉะเชิงเทรา
(สาขาคอมพิวเตอร์)
ปริญาตรี (กำลังศึกษา)
- มหาวิทยาลัยรามคำแหง
(คณะศึกษาศาสตร์ เอกภาษาไทย)

6. นางสาววิชาดา สาหนองหม้อ
- หัวหน้าฝ่ายบัญชีการเงิน
- ครูประจำชั้น ป.4
- สอน ภาษาไทย , กอท. ป.4, 5, 6

ปริญญาตรี - ม.เทคโนโลยีราชมงคล
- การบัญชี
ปริญญาตรี (กำลังศึกษา)
- มหาวิทยาลัยรามคำแหง
(ศึกษาศาสตร์ เอกคณิตศาสตร์)

7. นางสาวณิชชา มีศีลธรรม
- ฝ่ายวางแผนและนโยบาย
- สอน ภาษาอังกฤษ, สังคม ป. 4, 5, 6
- ชุมนุมสู่โลกกว้าง

ปริญาตรี - มหาวิทยาลัยรังสิต (คณะบริหารธุรกิจ สาขา การตลาด)
Mini MBA - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (การบริหารธุรกิจส่วนตัว)
ปริญญาตรี (กำลังศึกษา)
- มหาวิทยาลัยรามคำแหง (นิติศาสตร์)

8. นางสาวขวัญจิตร สลางสิงห์
- ครูประจำชั้น ป. 3
- สอน ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ (ชั้น ป.3)
- ชุมนุมภาษาอังกฤษ

ปวส. - โรงเรียนชลพินิจพณิชยการ (การตลาด)
ปริญญาตรี (กำลังศึกษา)
- มหาวิทยาลัยรามคำแหง
(คณะศึกษาศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ)
9. นางสาวสุกัญญา ลีประโคน
- บรรณารักษ์
- ชุมนุมรักการอ่าน
- สอน กอท. ป.1-ป.3

มัธยมศึกษาตอนปลาย
- โรงเรียนทรัพย์สมบูรณ์
ปวส. (กำลังศึกษา)
- วิทยาลัยสารพัดช่าง ฉะเชิงเทรา (สาขาคอมพิวเตอร์)

10.นายสำราญ นิลเนตร
- ครูผู้ช่วยชั้น ป.1
- สอน สังคม ป.1,2,3 ศิลปะ ป. 2
- ชุมนุมยุวเกษตร
ปวส. - วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีราชบุรี
(เกษตรศาสตร์ (พืชศาสตร์))

ปริญญาตรี (กำลังศึกษา)
- มหาวิทยาลัยรามคำแหง
(คณะศึกษาศาสตร์ เอกสังคมศึกษา)

11. นางสาวนิศารัตน์ ศรเพ็ชร
- ครูประจำชั้น ป.5
- ครูผู้ช่วยชั้น ป.3
- สอน สุขศึกษา ป.1, 2, 3 ศิลปะ ป. 3
- คริสตศาสนสัมพันธ์
มัธยมศึกษาตอนปลาย - ศูนย์กศน. อ.กันทรลักษณ์
ปริญญาตรี (กำลังศึกษา)
- มหาวิทยาลัยรามคำแหง
(คณะศึกษาศาสตร์ เอกสุขศึกษา)

12. นางประดิษฐ์ ทวีพันธ์
- ครูอนุบาล 1
มัธยมศึกษาตอนต้น - ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนอำเภอสนามชัยเขต

13. นางสมหมาย เพ็ชรรัตน์
- ครูอนุบาล 2
มัธยมศึกษาตอนปลาย - ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนอำเภอสนามชัยเขต

14. นางสุบัน สายปัญญา
- ครูอนุบาล 3
มัธยมศึกษาตอนปลาย - ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนอำเภอสนามชัยเขต

15. นายบุญที พุดพวง
- นักการภารโรง

คำอธิษฐานของครูเถื่อน

เขียนที่ ภูงามโนนสะอาด
4 มิถุนายน 2552

ฉัน อยากขอขึ้นต้นข้อความในจดหมายฉบับนี้ว่า “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว” จัง เผื่อว่าตอนจบของเรื่อง จะได้สวยหรู งดงาม เหมือนอย่างในนิทานที่เคยอ่านเมื่อครั้งยังเด็ก แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงมันกลับไม่เป็นเช่นนั้น โลกที่ความฝัน กับอุดมการณ์เพื่อพัฒนาการศึกษาของคนธรรมดาๆกลุ่มหนึ่ง ลูกหลานชาวไร่ชาวนาที่ไม่ได้ร่ำรวย หรือฉลาดเลิศล้ำมาจากไหน พวกเขาหลายคนยังไม่มีแม้กระทั่งใบปริญญาบัตร กระดาษขาวๆเพียงแผ่นเดียว ที่เหล่านักวิชาการใช้เป็นมาตรฐานเพื่อตัดสินว่า ควรจะยกระดับ หรือเขี่ยใครทิ้งกระเด็นไปจากเส้นแบ่งแยกคุณสมบัติความเป็น พ่อพิมพ์ แม่พิมพ์ ของชาติด้วยซ้ำ

ฉันเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาทั้งน้ำตา ในวันที่ยังมืดแปดด้าน ไม่รู้ว่าจะหาทางออกอย่างไรให้กับบรรดาลูกๆอีกกว่าร้อยชีวิต เจ้าเด็กหน้ามอมๆ ตาใสแจ๋ว ที่เป็นยิ่งกว่าหัวใจของฉัน กับพี่น้องครูอาสาที่ร่วมชะตากรรม อิ่มบ้าง อดบ้าง มาด้วยกันตลอดสามปีเต็ม วันนี้พวกเรากำลังจะถูกลอยแพจากระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐ ทั้งที่ยังไม่ทันได้รู้ตัวว่าเราทำผิดอะไร
ฉันขอขอบคุณ ไม่ว่าจะด้วยเคราะห์กรรม โชคชะตา ความบังเอิญ หรืออะไรก็ตามที่ส่งฉันให้มาใช้ชีวิตอยู่ ณ ที่แห่งนี้ “โรงเรียนภูงามโนนสะอาด” โรงเรียนซึ่งไม่เคยมีตัวตนอยู่ในแผนที่ฉบับไหนของโลก แต่กลับเด่นชัดที่สุดในใจของพวกเราทุกคนที่พยายามก่อร่างสร้างฐาน เกี่ยวหญ้า มุงแฝก คอยช่วยประคับประคองมันมาด้วยกัน วินาทีแรกที่ฉันหลบความรุ่มร้อนของสังคมเมืองมาจนถึงชายขอบเมืองแปดริ้วแห่ง นี้ ฉันมองเห็นความลำบาก แร้นแค้น แฝงตัวอยู่ในทุกแห่งหนที่สายตาสัมผัสถึง จนเกือบจะถอดใจกลับบ้านเสียในนาทีนั้น โรงเรียนเล็กๆกลางไร่มันสำปะหลังแห่งนี้ ตั้งอยู่ท่ามกลางเปลวแดดอันร้อนระอุยามหน้าแล้ง และลมแรงบาดยะเยือกยามเมื่อฤดูหนาวมาเยือน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังฝนตก พื้นถนนลูกรังที่เคยใช้เป็นทางเกวียนสัญจรไปมา ก็ล้วนแต่เต็มไปด้วยหลุมบ่อ ฉันแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่า ชั่วระยะห่างจากกรุงเทพไม่มากนัก จะยังมีความยากจนข้นแค้น กันดารแห้งแล้งซ่อนเร้นอยู่ ชาวบ้านที่นี่ต่างก็ได้แต่ฝากความหวังของทั้งชีวิตในแต่ละปีไว้กับฝนฟ้าและ ราคาพืชผลทางการเกษตร ที่ไม่เคยเป็นใจเข้าข้างคนระดับปลายรากหญ้าฝอยเลยสักครั้ง

ฉันยังจำ ได้ดีถึงในค่ำคืนแรก ฉันนั่งผจญเวรกรรมกับแมลงกลางคืนอยู่เป็นนาน กว่าจะทำใจให้ลุกขึ้นไปอาบน้ำ ในห้องน้ำประตูสังกะสีเก่าๆ ที่ต้องเอาเชือกมาร้อยพันเข้ากับตะปูตรงวงกบแทนกลอน และจะเปิดพะเยิบพะยาบในทุกครั้งที่ลมพัด น้ำจากบ่อบาดาลเล็กๆเพียงแห่งเดียวของโรงเรียน ที่ถูกสูบขึ้นมาเป็นสีโคลนข้น และเต็มไปด้วยแมลง ในวันนั้น ฉันไม่รู้เลยว่า จะทำใจให้อยู่ที่นี่ได้อย่างไร
แล้วฉันก็ได้พบคำตอบใน เช้าวันรุ่งขึ้น จากแววตาใสๆ หน้ามอมๆที่เปื้อนรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลาของเจ้าตัวซนทั้งหลาย ภาพความรัก ความผูกพัน และความเสียสละของคุณครู ทำให้คนที่ไม่ค่อยจะใส่ใจ อินังขังขอบอะไรกับโลกและผู้คนรอบข้างมากนักอย่างฉัน อดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตาให้กับความเพียรทนของคุณครู ที่ยอมอุทิศตนเพื่อถ่ายทอดวิชาความรู้สั่งสอนเด็กนักเรียนกว่าร้อยชีวิต ณ โรงเรียนแห่งนี้ โดยไม่มีเงินเดือน ฉันได้มีเวลาหยุดวิ่ง เพื่อชื่นชมกับความงดงามของธรรมชาติและชีวิตรอบกาย เหมือนราวกับต้องมนต์สะกด เพียงชั่วข้ามคืนฉันก็หลงรักบ้านใหม่หลังนี้เข้าให้แล้ว
บทเริ่มต้น โรงเรียนของเรา มาจากแนวคิดของคุณครูวิเชียร เสียงใส ครูใหญ่โรงเรียนต.ช.ด.บ้านนายาว ที่ต้องการจะจัดให้มีโรงเรียนต้นแบบแนวคิดการศึกษาแบบบูรณาการ จึงได้ทำการสำรวจพื้นที่ และพบว่า ชุมชนภูงาม – โนนสะอาด ซึ่งในขณะนั้นมีจำนวนนักเรียนในหมู่บ้านรวม 60 คน มีที่ดินอุทิศเพื่อสาธารณประโยชน์อยู่จำนวน 20 ไร่ ประกอบกับชาวบ้านในชุมชนมีความต้องการให้จัดตั้งโรงเรียน บนที่ดินผืนนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาที่ลูกหลานต้องเดินทางไกลกว่า 6 กิโลเมตร เพื่อไปโรงเรียน และลดความเสี่ยงภัยจากการข้ามผ่านฝายลำพระเพลิงน้อย ในช่วงฤดูน้ำหลากซึ่งเคยมีเด็กพลัดตกน้ำเสียชีวิตมาแล้ว แต่เนื่องจากจำนวนครูของทางโรงเรียนต.ช.ด.บ้านนายาวในขณะนั้น มีจำนวนจำกัด ไม่สามารถแบ่งมาสอนยังโรงเรียนสาขาแห่งนี้ได้ จึงได้เปิดรับสมัครครูอาสาโดยไม่มีเงินเดือน เพื่อมาช่วยสอนหนังสือให้แก่เด็กๆ และเริ่มเปิดทำการเรียนการสอนระดับชั้นอนุบาล – ประถมศึกษาปีที่ 6 เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ.2549

เมื่อแรกเริ่ม ชาวบ้านได้ร่วมกันบริจาคเงิน วัสดุสิ่งของ และแรงงาน สร้างอาคารชั่วคราวชั้นเดียว หลังคามุงด้วยหญ้าแฝก ไม่มีผนังห้อง ใช้กระดานดำ กระด้ง และวัสดุพื้นบ้านตามแต่จะหาได้มากั้นระหว่างห้อง บางวันก็ยึดเอาทุ่งนาบ้าง ป่าบ้าง วัดบ้าง เป็นห้องเรียนธรรมชาติที่หาได้จากการหยิบฉวยสิ่งที่มีอยู่ให้ได้เกิด ประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ ชาวบ้านยังได้ร่วมแรงร่วมใจกัน นำข้าวสาร และวัตถุดิบต่างๆมาเพื่อเป็นอาหารกลางวันแก่เด็กๆและคุณครู แต่เนื่องจากชุมชนภูงามและโนนสะอาดเป็นหมู่บ้านที่ยากจน เมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่ง ข้าวปลาอาหารที่เคยได้อิ่มท้องก็กลับค่อยๆหายไป นอกจากงานสอนแล้ว ครูยังต้องรับหน้าที่หาเก็บผักหญ้าตามทุ่งไร่ปลายนา เพื่อนำมาเป็นอาหารยังชีพสำหรับตนเองและเด็กๆ พอถึงหน้าฝน หรือเวลาลมพายุพัดเข้ามาแต่ละที ทั้งครู ทั้งลูกศิษย์ กอดกันกลมยังกะแม่ไก่กกลูก เงินทองที่เคยเก็บสะสมกันมา ก็ต้องถูกนำมาใช้เป็นค่าครองชีพจนหมดสิ้น ครูคนไหนทนความอดอยาก ความลำบากแร้นแค้นไม่ได้ ก็ค่อยๆเดินจากไป
ครูใหญ่วิเชียรได้เดินเรื่อง ขอจัดตั้งโรงเรียนภูงามโนนสะอาดเพื่อให้เป็นโรงเรียนสาขาของโรงเรียนต.ช.ด. บ้านนายาว ไปยังผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด ซึ่งต่อมาภายหลังทางกองกำกับ มีความเห็นว่า ความตั้งใจเบื้องต้น ไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และนโยบายของทางกองกำกับ แต่จะยังคงรับฝากรายชื่อเด็กไว้ที่โรงเรียน ต.ช.ด.บ้านนายาว เพื่อให้เด็กได้รับวุฒิการศึกษาตามระเบียบข้อบังคับของกระทรวงศึกษาธิการ นับตั้งแต่ภาคการศึกษาที่ 1/2549 อย่างต่อเนื่อง จนกว่าทางโรงเรียนจะดำเนินการขอจัดตั้งแล้วเสร็จตามขั้นตอนทางกฎหมาย พร้อมกันนี้ได้จัดเงินช่วยเหลือ ให้แก่ทางโรงเรียน จำนวน 600 บาท / วัน เพื่อเป็นค่าอาหารกลางวันสำหรับเด็กนักเรียนจำนวน 136 คน และครูอาสา 15 คน

ต่อมาในปีการศึกษา 2550 ภายหลังที่ครูใหญ่วิเชียรได้รับคำสั่งย้ายไปต่างจังหวัด ชาวบ้านได้เรียนเชิญ คุณพ่อประสิทธิ์ ตันเจริญ เจ้าอาวาสโบสถ์นักบุญลอเรนซ์ นางาม มาช่วยบริหารจัดการโรงเรียนต่อไป ในระยะนี้ เริ่มมีคณะผ้าป่า และนักเรียน นักศึกษามาจัดกิจกรรมค่ายอาสาที่โรงเรียน ช่วยสร้างอาคารมาตรฐานชั้นเดียว และสนับสนุนปัจจัยอื่นๆตามโอกาส ขวัญและกำลังใจของครูเริ่มดีขึ้น เมื่อเริ่มได้รับเงินเดือนค่าครองชีพ คนละ 2,000 บาท / เดือน เพื่อเป็นค่าเดินทาง อาหาร เช้า/เย็น และค่าใช้จ่ายอื่นๆ การเรียนการสอนของโรงเรียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพขึ้นตามลำดับ ปัจจุบัน มีนักเรียน 140 คน ชื่อเสียงของโรงเรียนเริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะในด้านของการให้ความรัก และเอาใจใส่ดูแลเด็กๆอย่างไม่เคยเหน็ดเหนื่อย เด็กคนไหนที่อ่านหนังสือไม่ได้ หรือเรียนช้า ครูก็จะจับมาหัดอ่าน หัดเขียนตัวต่อตัวนอกเวลาเรียน จนถึงขนาดให้กินนอนอยู่ที่โรงเรียนเป็นเดือนๆ จนกว่าจะอ่านออกเขียนได้เลยก็มี ลูกๆของเราทุกคนที่จบชั้น ป.6 ที่ได้เข้าเรียนต่อทั้งหมด ลูกเราสามคนสอบได้เป็นอันดับต้นๆของโรงเรียนกีฬา จ.ชลบุรี พร้อมกับได้รับโควต้าเรียนฟรี และส่วนใหญ่ยังสามารถชิงเก้าอี้นั่งในห้องคิงส์ของโรงเรียนมัธยมพระราชทานนา ยาวมาได้ครบทุกคน

ทีแรก ฉันยังนึกแปลกใจว่า ทำไมครูที่นี่ล้วนแล้วแต่จดจำรายละเอียดของลูกศิษย์ทุกคนได้อย่างครบถ้วน โดยไม่ต้องเปิดเอกสาร ฉันเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองอีกครั้งว่า เพราะเหตุใดกันนะ ที่ทำให้ คนหนุ่มสาว มีการศึกษาดี อนาคตไกล กว่าสิบคน ยอมหยุดชีวิตตัวเองอยู่กับความแร้นแค้นตรงนี้ แล้วฉันก็ได้พบคำตอบ ยามเมื่อเจ้าตัวซนต่างวิ่งแข่งยื้อแย่งกันเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของครู วันนี้ฉันได้รู้แล้วว่า เมื่อเรารักใครซักคน แม้ว่าต้องเหนื่อยยากสักเพียงไหน แค่เห็นเค้ามีความสุข ครูอย่างเราก็ยอมให้ได้ทุกอย่าง
ลูกๆของพวกเรา น่ารัก ซุกซน และกล้าแสดงออกตามวัย พัฒนาการด้านการอ่าน เขียน และการวิเคราะห์โดยรวมๆแล้ว ถือว่าค่อนข้างดีกว่าเด็กจากโรงเรียนอื่นๆในละแวกใกล้เคียงเสียด้วยซ้ำ ฉันแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่า เจ้าเด็กช่างจินตนาการเหล่านี้ เป็นผลิตผลจากโรงเรียนกำมะลอเล็กๆ ที่ไร้ตัวตนในทางกฎหมาย และจากครูผู้ซึ่งใช้ทั้งชีวิตและหัวใจแทนใบประกอบวิชาชีพ

ฉันรู้ดี ว่า เวลาของตัวเองที่จะได้อยู่เพื่อรักและดูแลพวกเค้า คงเหลืออีกไม่มากนัก วันหนึ่งไม่นานจากนี้ ฉันก็คงจะต้องกลับไปอยู่ในที่ทางของตัวเอง ที่ที่ฉันจากมา สิ่งเดียวที่ฉันพอจะทำให้พวกเขาได้ก็คือการวางรากฐานที่แข็งแรงให้แก่พวก เค้า ด้วยการเร่งจัดตั้งโรงเรียน เพื่อให้ถูกต้องตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ แต่เนื่องจากยังติดขัดเรื่องเอกสารสิทธิ์ในการถือครองที่ดินในเขตป่าสงวน ซึ่งชาวบ้านบริจาคมา จึงยังคงต้องอาศัยระยะเวลาพอสมควรกว่าขั้นตอนด้านเอกสารจะแล้วเสร็จ ต้องขอขอบคุณ “พี่จิ๊ม” พัฒนาสังคมจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่คอยช่วยเหลือและอยู่เคียงข้างเรามาตลอดหลายเดือน ฉันและพี่นัองทุกคนที่นี่รู้สึกรักพี่จิ๊มมากขึ้นในทุกครั้งที่เราได้คุยกัน
“ใน ดีมีร้าย ในร้ายมีดี” นี่เป็นคำพูดที่คุณพ่อประสิทธิ์มักจะบอกแก่พวกเราอยู่เสมอ ฉันเริ่มเข้าใจความหมายของมันอย่างถ่องแท้ ในวันที่เรากำลังฉลองครบรอบ 3 ปีของการจัดตั้งโรงเรียนนี่เอง ในขณะที่ฟ้าของเราเริ่มจะสดใส ข่าวร้ายที่เราไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นก็เข้ามา พร้อมๆกับที่ครูใหญ่คนปัจจุบันของโรงเรียน ต.ช.ด.บ้านนายาวแจ้งกับเราว่า ได้รับคำสั่งจากทางกองกำกับ ให้ปฏิเสธการรับฝากรายชื่อนักเรียนทั้งหมดของเรา โดยให้มีผลบังคับตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1/2552 เป็นต้นไป ผลของคำสั่งนี้ ทำให้ลูกๆของฉันทั้งหมดกว่าร้อยชีวิต พ้นสภาพจากการเป็นนักเรียนในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐทันที ครูใหญ่บอกกับเราว่า จะไม่รับฝากรายชื่อเด็กที่จะเข้าเรียนต่อในชั้น ป. 1 อีกต่อไป ส่วนเด็กที่มีรายชื่ออยู่ก่อนหน้านี้ ทางโรงเรียนจะลงบัญชีขาดเรียนโดยไม่ทราบสาเหตุจนกระทั่งหมดสิทธิ์สอบในที่ สุด
ฉันรู้สึกได้ถึงน้ำตาตัวเองที่กำลังไหลอาบแก้ม เมื่อเจ้าตัวเล็กของฉันคนหนึ่ง วิ่งเข้ามากอดแล้วถามว่า “ครูคะ ทำไมพวกผู้ใหญ่ถึงใจร้ายขนาดนี้ พวกเขาไม่สงสารเด็กๆอย่างหนูบ้างหรือคะ” ฉันได้แต่ฝืนยิ้มทั้งที่ขอบตาร้อนผ่าว พยายามกลั้นก้อนสะอื้นจากน้ำตาที่ไหลนองจนท่วมล้นหัวใจ ฉันจะทำอย่างไรดีกับหลายชีวิตน้อยๆเหล่านี้ เด็กไทยที่ควรจะมีทั้งศักดิ์และสิทธิ์ในระบบการศึกษาอย่างครบถ้วน แต่พวกเค้ากลับไม่เคยได้รับอะไรเลย เหตุการณ์วันนี้ทำให้ฉันกลับมาคิดถึงคำสองคำ คือ “ครูอาชีพ” และ “อาชีพครู” ระหว่างครูที่ยอมทุ่มได้ทั้งชีวิตให้กับงานสอน โดยไม่เคยต้องการเงินทองหรือโล่รางวัลอะไรตอบแทน หวังเพียงแค่ได้เห็นลูกศิษย์ตัวเอง มีความรู้ ควบคู่ไปกับความดีงาม และใช้ชีวิตในสังคมโลกได้อย่างมีความสุข กับ “อาชีพครู” ที่ทำงานประกอบอาชีพเพื่อเลี้ยงชีวิตตนเองเท่านั้น ซึ่งฉันจะไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ในส่วนนี้

โลกของฉันในวันนี้เหมือน กำลังมืดแปดด้าน ยังไม่รู้เลยว่าจะต้องทำยังไงต่อไปนับจากนี้ ทุกอย่างมันกะทันหันเหลือเกิน เงินในบัญชีที่ใช้เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ กับข้าวสารอาหารแห้งสำหรับเด็กๆหมดไปเป็นเดือนแล้ว หนังสือเรียนก็ยังไม่มี และยังมองไม่เห็นหนทางว่าจะไปหามาจากไหน เรื่องเงินเดือนครู น้องๆหลายคน คงต้องไปรับจ้างชั่วคราวนอกเวลาสอนหนังสือ เพื่อหาค่าข้าว ค่าน้ำ มาแบ่งกันกินเหมือนที่เคยทำกันมาก่อนหน้านี้ ตอนเรายังไม่มีเงินเดือน แต่สิ่งที่สำคัญสำหรับเรามากที่สุดก็คือ เราจะทำอย่างไรให้เด็กๆ ได้รับการรับรองวุฒิการศึกษาอย่างถูกต้องนั่นต่างหาก

ฉันนั่ง มองดอกไม้เล็กๆหลายช่อในมือตัวเองด้วยน้ำตานองหน้า เช้านี้เป็นวันไหว้ครูของโรงเรียนเรา ตลอดช่วงพิธีกรรม ฉันได้แต่นั่งมองหน้าเด็กๆ ทีละคนเรื่อยไปตั้งแต่คนแรกจนถึงคนสุดท้าย ภาพเรื่องราวแต่ละบท แววตาออดอ้อน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เสียงหัวเราะ จังหวะไม้เรียว และคราบน้ำตา แม้จะผ่านมาเนิ่นนาน แต่ยังคงกระจ่างชัดในความรู้สึกเสมอ ฉันเป็นคนหนึ่งซึ่งไม่เคยเชื่อว่าปาฏิหาริย์มีจริง แต่ในวันนี้ฉันจะขอแลกมันกับอะไรก็ได้ในชีวิต ขอแค่เพียงให้เรายังได้มีเวลาอยู่เพื่อได้รัก ได้ดูแลลูกๆของเราในบ้านใหญ่หลังนี้ต่อไป ขอโอกาสอีกสักครั้งให้เราได้พิสูจน์พลังศรัทธาแห่งความรัก และความดีงามในสังคม ให้เราได้เชื่อว่า สิ่งเหล่านี้ยังมีอยู่จริง

ณิชชา มีศีลธรรม


โรงเรียนภูงามโนนสะอาด 279 หมู่ 18 ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา 24160
email : chonnitcha@hotmail.com
http://www.p-sch-blogspot.com

6.12.52

ข่าววิกฤตการณ์ โรงเรียน

เปิดใจครูอาสา

พ่อของผมสอนไว้ว่า “ทำดีไว้เพื่อลูก ทำถูกไว้เพื่อหลาน” พ่อทำเพื่อสังคมมาตลอด ชีวิตคนเราสั้นนักเมื่อเทียบกับอายุของสังคมและโลกที่จะพัฒนาก้าวต่อไป หากมีโอกาสทำเพื่อคนอื่นก็จงอย่าลังเล ...ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะมาเป็นครู เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งพอ หากมีใครถามว่า ผมเหมาะที่จะเป็นครูหรือเปล่า ผมไม่รู้! ผมรู้แต่ว่ายอมทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ลูกศิษย์ของผมได้รับในสิ่งที่ดีที่สุด รู้สึกภูมิใจที่เห็นเด็ก ๆ มีความสุข ผมรักพวกเขา และอยากให้พวกเขามีอนาคตที่ดีขึ้น
นายประชา คำพรม (ครูเอ๋)
เหนื่อย..แต่ถ้าเราไม่ทำก็ไม่รู้ว่าใครจะมาทำเคยท้ออยู่บ่อยๆโดยเฉพาะเวลาที่เห็นครูอาสาที่เคยร่วมงานกันค่อยๆหายหน้าไปทีละคนจนบางครั้งแทบไม่เหลือใคร ท้อจนกระทั่งเคยตัดสินใจลาออก แต่ไปได้ไม่กี่วันก็ต้องกลับมา เพราะฝันเห็นแต่หน้าเด็กๆ กลัวค่ะ กลัวว่าถ้าไม่มีเรา ไม่มีครูสอน แล้วพวกเค้าจะอยู่กันยังไง
นางสาวหยาดพิรุณ ยอดเพชร (ครูเจี๊ยบ)
สอนที่นี่ไม่มีเงินเดือน เงินเก็บที่เคยมีอยู่ก็ต้องเอามาเป็นค่าใช้จ่ายจนหมด อยู่มาตั้งแต่วันแรกที่ยังเป็นเสาธงต้นยูคา หลังคามุงหญ้า พื้นห้องเป็นดิน แต่ละห้องมีเพียงกระดานเท่านั้นที่เป็นตัวแบ่งห้อง พอฝนตก ลมมา ครูกับนักเรียนกอดกันกลมเหมือนแม่ไก่กกลูก คำว่า “ครู” ทำให้เราทิ้งเค้าไปไม่ได้ อยากเห็นเขามีอนาคตที่ดี อ่านออกเขียนได้ เอาตัวรอดได้ในสังคม
เวลาที่เราป่วยไม่มาสอน เด็กๆจะคอยถามว่า “ทำไมวันนี้ครูไม่มาครูไม่สบายเป็นอะไร” ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ว่าถ้าวันหนึ่งที่เราจำเป็นต้องไปจากที่นี่จริงๆ เราจะเตรียมคำตอบสำหรับเด็กๆว่าอย่างไร
นางสาวยุวดี ปั้นทอง (ครูหนิง)
อยากกลับมาช่วยพัฒนาท้องถิ่น ทีแรกคิดว่าจะมาช่วยสักพัก แต่พอได้ลงมาสอน มันก็กลายเป็นความรับผิดชอบของเรา เด็กต้องการครูที่สอนอย่างต่อเนื่อง ครูที่รักและเข้าใจ สอนทั้งวิชาการสอนทั้งชีวิต อยากเห็นพวกเขาเป็นคนดี เด็กน่าจะเริ่มต้นที่ความดีก่อนแล้วค่อยพัฒนาสู่ความฉลาด บางครั้งน้อง ๆ ครูอาสาที่อยู่ด้วยกันต้องลาสอน ไปตัดผมบ้าง เล่นดนตรีบ้าง เพราะไม่มีทุนสำหรับใช้จ่าย รู้สึกเสียดายโอกาสแทนเด็ก ๆ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
นายพันธยุทธ ผิวแก้ว (ครูโอ)

รู้สึกดีใจมากครับที่โรงเรียนเติบโตมาได้ขนาดนี้ อยากขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมในการทำให้ผ้าขาวผืนเล็ก ๆ กลางท้องทุ่งแห่งนี้เป็นผืนผ้าเนื้อดีที่สะอาดสดใส ...อยู่ที่นี่บางครั้งพวกเราไม่มีอะไรจะกินก็เก็บยอดผักตามทุ่งไร่ปลายนามากินกัน มันรู้สึกเศร้าปนสนุกนะ เป็นรสชาติชีวิตที่หาได้ยาก คำถามที่ผมถูกถามบ่อย ๆ คือ “ อยู่ได้อย่างไร ทั้งที่ไม่มีเงินเดือน จะพากันกินอุดมการณ์แทนข้าวหรือไง” ผมได้แต่ยิ้ม แล้วตอบตัวเองว่าอะไรที่ผมทำแล้วมีความสุข ผมจะตั้งใจทำและทำให้ดีที่สุด
นายอุเทน เจียงพุดซา (ครูเทน)

ฉันขอขอบคุณ ไม่ว่าจะเป็นโชคชะตา ความบังเอิญ หรืออะไรก็ตามที่ทำให้ฉันได้มีช่วงเวลานี้ ... เมื่อมาอยู่ที่นี่ในฐานะครูอาสา เพื่อนฝูง คนรอบข้างหลายคนมองว่าฉันอาจเสียสติไปแล้ว ที่ยอมทิ้งความหรูหราสะดวกสบาย มาใช้ชีวิตแบบอดมื้อ กินมื้อ ที่นี่ บางครั้งหิวจนต้องกินน้ำต่างข้าว แม้ในยามเจ็บป่วย ก็ต้องยอมทน เพราะเราไม่มีเงิน หลายครั้งเมื่อต้องเจอกับแรงกดดันหนักๆจากรอบด้าน บางทีคำว่า “ท้อ” อาจจะยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ แต่เมื่อได้เห็นแววตาใสแจ๋วของเจ้าตัวเล็กๆ ที่ฉันตกหลุมรักพวกเขาตั้งแต่วินาทีแรกที่ถูกเรียกว่า “ครู” แล้ว พลังชีวิตทั้งหมดก็กลับคืนมาในทันที วันนี้ ฉันได้เรียนรู้ว่า ความสุขของฉัน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า “ฉันมีเท่าไหร่” แต่อยู่ที่ “ฉันสามารถสร้างความสุขให้กับคนรอบข้างได้อย่างไร” ต่างหาก
นางสาวณิชชา มีศีลธรรม (ครูชล)








ขอโอกาสอีกสักครั้ง เพื่อให้เราได้พิสูจน์พลังศรัทธาแห่งความรัก และความดีงามในสังคม
ให้เราได้เชื่อว่า สิ่งเหล่านี้ ยังมีอยู่จริง

แผนและนโยบายประจำปี

ประวัติโรงเรียนภูงามโนนสะอาด

ประวัติความเป็นมาของโรงเรียน

โรงเรียนภูงามโนนสะอาด ก่อตั้งขึ้นจากความตั้งใจของ พ.ต.ต.วิเชียร เสียงใส ขณะดำรงตำแหน่งครูใหญ่ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านนายาว ที่เห็นถึงความยากลำบากในการเดินทางของนักเรียนที่มาจากชุมชนภูงามและโนนสะอาด โดยมีความตั้งใจให้เป็นโรงเรียนสาขาของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านนายาว ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของชาวบ้าน ที่เป็นห่วงเรื่องความยากลำบากในการเดินทางไกล และอันตรายในช่วงฤดูน้ำหลาก ที่จำเป็นต้องสัญจรผ่านลำห้วยลำพระเพลิงน้อย
พ.ต.ต.วิเชียร เสียงใส และชาวบ้าน จึงได้ช่วยกันสร้างโรงเรียนภูงามโนนสะอาดขึ้น บนที่ดินอุทิศของนางนวน โพนคำ โดยในระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง นายบุญที พุดพวง ผู้นำชุมชนบ้านภูงาม ได้ทำหนังสือร้องขอให้ทางกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 ช่วยดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านภูงาม (เป็นโรงเรียนในสังกัดตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12) ซึ่ง พ.ต.อ. พิษณุ จันทรา ผู้กำกับการกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 ได้ทำหนังสือขอรับความเห็นชอบจัดตั้งโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนภูงามโนนสะอาด ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จ.ฉะเชิงเทรา เขต 2 และ อำเภอสนามชัยเขต ตามลำดับ
โดยในระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนของระเบียบราชการ คุณครูใหญ่วิเชียร เสียงใส ได้เริ่มเปิดดำเนินการเรียนการสอนที่ โรงเรียนภูงามโนนสะอาด ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2549 มีครูผู้สอนเป็นครูอาสาจำนวน 9 คน มีนักเรียนจำนวน 54 คน ซึ่งเป็นนักเรียนที่มีภูมิลำเนาในเขตชุมชนบ้านภูงามและบ้านโนนสะอาด ที่เคยเรียนอยู่ที่โรงเรียน ตชด.บ้านนายาว โดยยังคงมีสถานภาพขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียนของโรงเรียนตชด.บ้านนายาว
ในปีการศึกษา 2551 ขณะที่การดำเนินเรื่องขอจัดตั้งยังไม่แล้วเสร็จ ทางกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 โดย พ.ต.ต.ไพโรจน์ สุขี ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้กำกับฯ แทน พ.ต.อ.พิษณุ จันทรา ได้มีความเห็นว่า การจัดตั้งโรงเรียนภูงามโนนสะอาดไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของทางกรมตำรวจ จึงให้ถือว่า การดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนแห่งนี้ เป็นความเห็นส่วนบุคคลของ พ.ต.ต.วิเชียร เสียงใส
ต่อมาเมื่อ พ.ต.ต.วิเชียร เสียงใส ได้รับคำสั่งให้ย้ายไปประประจำราชการที่จังหวัดสตูล ด้วยความเป็นห่วงในอนาคตของโรงเรียน จึงได้นำผู้นำชุมชนไปที่โบสถ์นักบุญลอเลนซ์ นางาม เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2551 เพื่อเชิญบาทหลวงประสิทธิ์ ตันเจริญ ให้มาช่วยรักษาการบริหารสถานศึกษา และดำเนินการต่อเนื่องในการจัดตั้งโรงเรียน โดยมีครูพันธยุทธ ผิวแก้ว ครูอาสายุคบุกเบิก ทำหน้าที่รักษาการครูใหญ่ จนถึงปัจจุบัน
ในปีการศึกษา 2551 บาทหลวงประสิทธิ์ ตันเจริญ รักษาการผู้บริหารสถานศึกษา พยายามดำเนินเรื่องการจัดตั้งโรงเรียนควบคู่ไปกับการพัฒนาหลักสูตรและบุคลากร จนมีความชัดเจน เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2552 จากการประชุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยการนำของนางสุมิตตรา ศรีสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ณ โรงเรียนภูงามโนนสะอาด ว่า ทาง ตชด. , อบต. , อบจ. , และ สพฐ. ยืนยันว่าไม่มีความพร้อมที่จะรับโรงเรียนภูงามโนนสะอาดเข้าไว้ในสังกัด ด้วยเหตุผลทางระบบระเบียบราชการของต้นสังกัด จึงมอบหมายให้บาทหลวงประสิทธิ์ ตันเจริญ ดำเนินการต่อเนื่องในการจัดตั้งเป็นโรงเรียนเอกชนสงเคราะห์ โดยในระหว่างดำเนินการ ให้คงสภาพโรงเรียนเป็นห้องเรียนย่อยของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านนายาว
ปัจจุบัน โรงเรียนภูงามโนนสะอาด เปิดสอนในระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนทั้งสิ้น 141 คน ครูอาสา 15 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นเด็กสัญชาติไทย ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขต ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา และยังคงไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากหน่วยงานใด


บันทึกความทรงจำของโรงเรียน